บทนำ
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
บท 1
ริมฝีปากบางละเมียดดื่มกาแฟผสมนมรสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นสูดกลิ่นความหอมกรุ่นแล้วหวนรำลึกถึงงานพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟในใจกลางกรุงเทพมหานคร เป็นงานที่ค่อนข้างจะหนักสำหรับนักศึกษาภาคปกติชั้นปีสองที่ต้องคอยส่งรายงานให้ครบและยังต้องรีบเข้างานให้ทันเวลาในชุดนักศึกษาถอดเข็มกลัดตรามหาวิทยาลัยส่วนเสื้อกันเปื้อนสำหรับสวมในร้านเธอพกไว้ในกระเป๋าสะพายไปทุกวันเพื่อความสะดวก ภาพที่เพื่อนๆเห็นจนชินตาคือการที่นักศึกษาใบหน้าสวยจิ้มลิ้ม ผิวขาวเนียนผ่องร่างเพรียวผอมมองเผินๆเหมือนลูกผู้ดีมีชาติตระกูลเดินแกมวิ่งออกจากคลาสเรียนก่อนใครเพื่อนพร้อมดึงทึ้งเสื้อกันเปื้อนปักโลโก้ร้านกาแฟออกมาสลัดพลางสวมคล้องคอและก้าวฝีเท้าลงจากตึกคณะอย่างว่องไว เธอใช้ผ้ากันเปื้อนคลุมหัววิ่งฝ่าแดดไปอีกกว่าร้อยเมตรหยุดยืนข้างถนนมองซ้ายขวาก่อนข้ามทางม้าลายไปทำงานในร้านกาแฟที่อยู่อีกฟาก
คอฟฟี่ การ์เด้นท์ คือชื่อร้านที่เธอทำงานอยู่ ลักษณะภายในร้านจะตกแต่งสไตล์นอร์ดิกเปิดเพลย์ลิสดนตรีเปียโนคลอเบาๆให้ความรู้สึกสบายใจสำหรับลูกค้า แม้แต่พนักงานอย่างเธอเองก็พลอยรู้สึกอย่างนั้นทุกครั้ง
เนื่องด้วยสภาพอากาศกลางกรุงตอนบ่ายแก่ๆ ที่มีเพียงฤดูร้อนน้อย ร้อนมาก และร้อนสุดๆ
หลังจากนักศึกษาสาวข้ามถนนปาดหงื่อแล้วตรงดิ่งเข้าไปผลักประตูกระจกใสผิวเนื้อสัมผัสกับความเย็นฉ่ำในร้านราวกับอยู่คนละโลก
เปรียบง่ายๆให้เห็นภาพ ที่นี่เป็นเหมือนโอเอซิสท่ามกลางทะเลทราย
ผู้คนหลากหลายทั้งวัยทำงาน นักศึกษาต่างก็หลั่งไหลเข้ามาตลอด
“นี่จ๊ะ สำหรับเธอ”
เธอรับเอาลาเต้ร้อนด้านบนชั้นฟองนุ่มทำลวดลายใบไม้จากคุณชวนฝันผู้เป็นเจ้าของร้านยื่นให้
หญิงสาวโค้งศีรษะลงจนผมยาวประไหล่เลื่อนลงปิดกรอบหน้า
“ขอบคุณค่ะ”
เธอเอ่ยขอบคุณทุกครั้งก่อนเดินปลีกตัวออกไปยืนทอดอารมณ์ตรงมุมร้านมองดูสวนสีเขียวผนังเป็นต้นไทรเกาหลีพื้นหญ้าโล่งเตียนทำให้ชุดโต๊ะอัลลอยด์สีขาวประมาณสี่ชุดที่ตั้งเอาไว้รองรับลูกค้าดูโดดเด่นออกมา
หญิงสาวมองดูนาฬิกาบนฝาผนังสีขาวเข็มนาทีเตือนว่าเธอเหลือเวลาดื่มเพียงสามนาที
“ฟู่ว”
ว่าแล้วก็รีบเป่าความร้อนออกก่อนจิบอีกครั้ง
การเรียนไป ทำงานไปในสายตาเพื่อนๆอาจมองว่ามันหนัก
แต่สำหรับคนที่มาจากพื้นฐานครอบครัวค่อนข้างยากจนแล้วก็ต้องขยันกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัวถึงจะเรียนต่อในระดับมหา’ลัยได้
การได้ดื่มกาแฟฟรีทุกวันกับค่าตอบแทนวันละสี่ร้อยที่ได้รับท่ามกลางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ก็ถือเป็นความโชคดีสุดๆสำหรับเธอ มันกลายเป็นกิจวัตรที่เธอชื่นชอบไปปริยาย เธอมีความสุขกับงานมากเสียกว่าการออกไปเที่ยวกับเพื่อนที่คณะเสียอีก
…เธอไม่ได้ดื่มด่ำความสงบสุขแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ เท่าที่จำได้
ความสงบสุขในชีวิตเธอสิ้นสุดลงช่วงกลางฤดูร้อนปีที่แล้วกับการตัดสินใจครั้งใหญ่
นั่นคือการหยุดพักการเรียนเอาไว้แล้วจรดปลายปากกาเซ็นพันธะสัญญาบางอย่าง
“นูรีนจ๊ะ มีคนมาขอพบเธอน่ะ”
เสียงเรียกจากคุณชวนฝันเจ้าของร้าน
กับการมาของคุณหมอคนสวยวัยสามสิบปีเศษท่านหนึ่งผู้เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
“นูรีน!”
ป้าอัมนีสาวใช้วัยห้าสิบร่างท้วมใหญ่ตะคอกเรียกเธอจากด้านหลัง
เธอกรอกตารับฟังแต่ยังนิ่งเฉย ขอดื่มด่ำกาแฟอึกสุดท้ายก่อนหันกลับไปเผชิญหน้า แต่ทว่า
“หูหนวกรึไง!”
เสียงแหบแหลมตะคอกใกล้ใบหูจนเธอสะดุ้ง
“ค่ะ รู้แล้วค่ะ”
เธอรีบวางแก้วกาแฟหันไปยืนกุมมือรับฟังคำสั่งจากป้าอัมนีที่ยืนเท้าสะเอวทำหน้ายักษ์ใส่
“รู้หรือ ฉันบอกอะไร? ไหนพูดซิ??” เธอลองเชิงถามหญิงสาวที่เอาแต่ยืนเหม่อริมหน้าต่างพลางจิบกาแฟชมสวนราวกับเป็นเจ้าของบ้านอย่างนั้นคงจะไปได้ยินอะไรหรอก
“เอ่อ ก็ป้าบอกว่านายหญิงขอพบไงจ๊ะ”
“เออ แล้วไป”
เธอยิ้มแฉ่งทำใจดีสู้เสือเข้าไว้ แต่ก่อนที่ป้าอัมนีจะเดินจากไปไม่วายลากหางตามองเธออย่างมีอคติ
“เห้อ”
หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาอย่างระอา แววตาคู่หวานเจือเศร้าทอดมองสนามหญ้าเขียวขจีด้านนอกอย่างโหยหาก่อนเดินคอตกตามป้าอัมนีไปราวกับร่างไร้วิญญาณ
ร่างบางในชุดฮิญาบเยื้องย่างพ้นผ่านธรณีประตูทรงโค้งสีน้ำตาลทองสไตล์อาหรับหรูหรา กลิ่นกำยานหอมลอยมาเตะจมูกก่อนจะพบกับนายหญิง
“มาทางนี้สินูรีน”
เสียงหวานใสเย็นเอื่อยให้ความรู้สึกปลอดภัยกว่าเสียงร้องคะตอกของป้าอัมนีเป็นไหนๆ
“ค่ะ นายหญิง”
ร่างบางยอบตัวลงนั่งกับพื้นเอื้อมมือไปบีบนวดเท้าของคุณซูซานที่กำลังแช่น้ำอุ่นและมีกลีบดอกกุหลาบลอยอยู่
“อ๊ะ ไม่ต้องจ๊ะ บอกหลายครั้งแล้วไม่รู้จักจำ” เธอเอ็ดหญิงสาวเสียงเบาทว่าแววตายังมองอย่างเอ็นดูเสมอ
“ไม่เป็นไรค่ะ นูรีนอยากนวดให้คุณจริงๆ” นูรีนคอยปรนนิบัติให้อย่างอ่อนโยน
“เห้อ ผ่านมาเป็นปีแล้วยังไม่มีอะไรคืบหน้า” เธอเปรยด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า ทำเอาคนฟังอย่างเธอรู้สึกผิด
อะไรคืบหน้าที่ว่านั้น คือการพยายามทำให้สามีของนายหญิงยอมร่วมหลับนอนกับเธอ
ใช่ มันคือเรื่องน่าอายในพันธะสัญญาที่เธอไม่อาจบอกใครได้
แต่หากใครได้รู้ว่าค่าตอบแทนกว่าครึ่งล้าน เธอมั่นใจว่าเสียงคงแตกเป็นสองฝั่งแน่นอน
เธอยอมมาอยู่ที่นี่เพราะเงินจำนวนห้าล้าน กับการเป็นนางบำเรอให้สามีคุณซูซานซึ่งไม่อาจมอบความสุขให้ได้เพราะกำลังป่วยด้วยโรคร้ายที่รักษาไม่หาย
“วันนี้เพื่อนชีกห์การิมมาที่บ้าน เธอเตรียมเครื่องดื่มและเตรียมตัวเตรียมใจไว้นะ”
“คะ?” เธออุทานเป็นคำถามพร้อมแหงนหน้าขึ้นมองคุณซูซาน
“ใช่แล้วจ้ะ คืนนี้เธอต้องนอนกับเค้าให้ได้”
นายหญิงเอ่ยอย่างตั้งมั่น ในขณะที่เธอนั้นกังวลเหลือเกิน
บทล่าสุด
#146 บทที่ 146 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#145 บทที่ 145 “แสดงว่าคุณไม่ได้รักฉันแล้ว?”
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#144 บทที่ 144 อารมณ์ชั่ววูบ
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#143 บทที่ 143 การิม
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#142 บทที่ 142 ค่ำคืนแห่งความจริง
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#141 บทที่ 141 NC“ตรงนี้ใช่ไหมที่ร้อน”
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#140 บทที่ 140 ชุดนอนไม่ได้นอน
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#139 บทที่ 139 จูบ
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#138 บทที่ 138 “ไม่ต้องกลัวนะคะ แค่จูบ ยังไม่ได้สอดใส่เหมือนคุณ”
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#137 บทที่ 137 "..กะหรี่ไฮโซ!”
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
ม่านหมอก
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
สัญญารักประธานร้าย
รักไม่หลอก
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
ท้ารักนายหัวมาเฟีย
“เข้าใจละเพราะโง่แบบนี้นี่เองถึงยังมูฟออนไม่ได้สักที” สารพัดงัดท่าอ่อยยังไม่สนใจ ถ้าจะเย็นชาใส่กันขนาดนี้เชิญคุณพี่ไปบวชเลยดีมั้ยคะ
“เปิดใจให้จีบดิ เดี๋ยวจะทำให้รู้ว่าเลิกโง่จนลืมคนเก่าได้มันดียังไง”
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













